วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

ประวัติพุทธศาสนา


                                             


กำเนิดพระพุทธศาสนา
       
              ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยมและเป็นหนึ่งในสามของศาสนาโลก ศาสนาพุทธเกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนวิสาขะหรือเดือน ๖ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ตำบล อุรุเวลาเสนานิคม แคว้น
มคธ ประเทศอินเดีย ๔๕ ปี ก่อนพุทธศักราช ปัจจุบันสถานที่นี้ เรียกว่า พุทธคยา อยู่ห่างจากเมืองคยาประมาณ ๑๑ กิโลเมตร เมื่อพระองค์ตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่พวกปัญจวัคคีย์ ชื่อ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร ผลก็คือทำให้พระอัญญาโณทัญญะได้เป็นพระโสดาบัน แล้วทูลขออุปสมบทในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ จึงเป็นพระสงฆ์องค์แรกในโลก และพระรัตนตรัยจึงเกิดขึ้นในโลกเช่นกันในวันนั้น ต่อมาได้ทรงแสดงธรรมอื่นโปรดพระอีก ๔ องค์ จนเป็นพระโสดาบัน และเมื่อพระปัญจวัคคีย์เป็นพระโสดาบันหมดแล้ว ทรงแสดงธรรมอนัตตลักขณสูตร ผลปรากฎว่า พระปัญจวัคคีย์เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น


              ต่อจากนั้นได้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระยสะ และพวกอีก ๕๔ ท่านจนเป็นพระอรหันต์หมดจึงมีพระอรหันต์ทั้งสิ้น ในครั้งนั้นรวมทั้งพระองค์ด้วยเป็น ๖๑ พระองค์ พระพุทธเจ้าจึงสั่งสาวกออกประกาศศาสนา โดยมีพระปฐมวาจาในการส่งพระสาวกออกประกาศศาสนาว่า “ดูก่อนพระภิกษุทั้งหลาย เราหลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ และของมนุษย์ แม้
พวกเธอได้หลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวงทั้งของทิพย์และของมนุษย์เช่นกัน พวกเธอจงเที่ยวไปเพื่อประโยชน์ และความสุขแก่มหาชน เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าไปทางเดียวกัน ๒ รูป จงแสดงธรรมให้งามในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะให้ครบถ้วนบริบูรณ์ สัตว์์ทั้งหลายผู้มีธุลี คือ กิเลส ในจักษุเพียงเล็กน้อยมีอยู่ แต่เพราะโทษที่ยังไม่ได้สดับธรรม จึงต้องเสื่อมจากคุณที่พึงจะได้รับ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้รู้ทั่วถึงธรรมมีอยู่ แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม” (พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับหลวง (เล่ม ๔) ๒๕๒๕ ; ๓๒/๓๒) จึงทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรืองและแผ่ขยายไปในชมพูทวีปอย่างรวดเร็ว
ชาวชมพูทวีปพากันละทิ้งลัทธิเดิมแล้วหันมานับถือเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้นโดยลำดับ


              เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว ฐานะของพระพุทธศาสนาเดิมไม่แน่นอน เจริญบ้างเสื่อมบ้าง อันเนื่องมาจากเหตุภายใน คือพุทธบริษัทแตกสามัคคี ส่วนเหตุภายนอก คือ ถูกผู้มีอำนาจในศาสนาอื่นเบียดเบียนทั้งในรูปโดยตรง คือใช้กำลังเข้าทำลาย และโดยอ้อม คือ การกลืนศาสนาในรูปแบบต่าง ๆ แต่ในทางพระพุทธศาสนาได้หาทางแก้ไข เช่นมีการจัดทำสังคยนา ร้อยกรองพระธรรมวินัย ที่ถูกต้องไว้เป็นหลักฐานสำหรับยึดถือเป็นแบบแผนต่อไป สังคยนาที่ทำในประเทศอินเดียมี ๓ ครั้ง คือ

              ครั้งที่ ๑ ได้จัดทำขึ้น เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้วได้ ๓ เดือน โดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธาน พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป ซึ่งล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น ร่มจัดทำสังคยนา โดยปรารภเหตุที่สุภททะวุฑฒบรรพชิต จ้วงจาบพระธรรมวินัย การสังคยนาครั้งนี้ทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ภูเขาเวภภารบรรพต นครราชคฤห์ แคว้นมคธ โยมีพระเจ้าอชาตศัตรูทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ กรำทำอยู่ ๗ เดือนจึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๒ ได้จัดทำหลังจากพุทธปรินิพพานแล้ว ๑๐๐ ปี โดยมีพระยศกากัณฑบุตร เป็นประธานพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ๗๐๐ องค์ ปรารภพวกภิกษุวัชชีบุตร ผู้ถือวินัยผิดเป็นเหตุ สังคยนาครั้งนี้การะทำที่วาลุการาม นครไพศาลี โดยมีพระเจ้ากาลาโศกราชทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ จัดทำอยู่ ๘ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๓ ได้จัดทำเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วประมาณ ๒๓๔ หรือ ๒๓๕ ปี โดยมีพระโมคคัลลีบุตรเป็นประธาน พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ๑,๐๐๐ องค์ เนื่องจากพวกเดียรถีร์มาปลอมบวชเป็นเหตุ สังคยนาครั้งนี้กระทำที่อโศการาม นครปาตลีบุตร สังคยนาครั้งนี้มีพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นผู้อุปถัมภ์ กระทำอยู่ ๙ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๔ ได้จัดทำเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วประมาณ ๒๓๘ ปี โดยมีพระหินทรเถระเป็นประธาน พร้อมด้วยพระภิกษุ ๖๘,๐๐๐ องค์ เพื่อให้พระพุทธศาสนาเกิดความมั่นคงในประเทศลังกา สังคยนาครั้งนี้การะทำที่ ถูปาราม เมืองอนุราชบุรี ประเทศลังกา โดยมีพระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ กระทำอยู่ ๑๐ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๕ ได้จัดทำเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วประมาณ ๔๔๓ หรือ ๔๕๐ปี โดยมีพระพุทธทัตตะเภระ เป็นประธาน พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ๑,๐๐๐ องค์ เนื่องจากความเสื่อมถอยกำลังสติปัญญาของมนุษย์ สัคยนาครั้งนี้ทำที่อาโลกเลณสถาน มตเลชนบท ประเทศลังกา โดยมีพระเจ้าวัฎฎคามินีอภัย ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ จัดทำอยู่ ๑๒ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๖ ได้กระทำเมื่อ พ.ศ. ๒๐๒๐ ณ วัดโพธาราม หรือวัดเจ็ดยอด เมืองเชียงใหม่ โดยมีพระธรรมทินเถระเป็นประธาน และพระเจ้าติโลกราชทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ จัดทำอยู่ ๑๒ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งทึ่ ๗ ได้กระทำเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ ณ วัดศรีสรรเพชร หรือวัดมหาธาตุยุวราชชรังสฤษดิ์กรุงเทพฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงเป็นผู่อุปถัมภ์ โดยทรงอารธนาพระสงฆ์ ๒๑๘ องค์ และฆราวาสราชบัณฑิต ๓๒ คน ช่วยกันชำระพระไตรปิฎกแล้วให้จารึกลงในแผ่นใบลานปิดทองทึบ เรียกว่า ฉบับทอง ทำอยู่ ๕ เดือน จึงเสร็จ

              ครั้งที่ ๘ กระทำเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ โยมีสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ทวาสโน) เป็นประธาน พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์และฆราวาสบัณฑิตเป็นจำนวนมากร่วมกันชำระพระไตรปิฎก สังคยนาครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์

              การทำสังคยนาทำให้พระคัมภีร์พระไตรปิฎก ยังคงรักษาความหมดจดผ่องใส ความถูกต้องไว้ได้ จึงเป็นเหตุให้พระพุทธศาสนามั่นคง และเจริญเติบโต ทำให้พระพุทธศาสนาแผ่เข้าไปในประเทศต่าง ๆ เช่นประเทศลังกา พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม ธิเบต สิขิม ภูฐาน จีน มองโกเลีย เกาหลี และญี่ปุ่น พระพุทธศาสนาจึงมีอิทธิพลรอบด้านต่อชาวเอเชียจนได้
นามว่า ประทีปแห่งทวีปเอเชีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น